กลับมาแล้ว + เคเดนเข้าโรงพยาบาลครั้งแรก...
หายหน้าไปสี่เดือนในที่สุดก็กลับมาละ ไดอารี่คลับโฉมใหม่สดใสจริงๆ เปิดได้ไวไม่มีปัญหาเหมือนก่อนอีกต่างหาก ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาทักทายช่วงที่หายไปนะคะคิดถึงทุกคนเลย ได้ไปชแว้ปบางไดมาบ้างแล้วเพื่อนบางคนตอนก่อนหายไปยังท้องอ่อนอยู่เลยตอนนี้ก็เกือบคลอด บางคนเพิ่งคลอดยังไม่ทันเห็นหน้าเห็นตาเจ้าตัวน้อยแต่มาได้เห็นอีกทีโตจ้ำหม้ำทันใช้จริงๆเหตุผลก็คือเพิ่งได้มาอัพก็คือเพิ่งติดอินเตอร์เน็ทที่บ้านนั่นเอง ก็เพิ่งย้ายบ้านอะนะค่าใช้จ่ายเยอะแยะไปหมด ตอนนี้ก็เริ่มลงตัวแล้ว ที่อยู่ใหม่เป็นแฟลตสร้างใหม่สองห้องนอนเล็กกะทัดรัด แต่มีวี่แววว่าอาจจะย้ายอีกเดือนพฤษภาเพราะขนาดของห้องกับค่าเช่าไม่เข้ากันเลย อาจจะหาเก่าหน่อยแต่สามห้องนอน จะได้ชวนเพื่อนมานอนได้ที่อยู่ใหม่ทำเลดีมากหม่ามี๊ได้พาเคเดนทำกิจกรรมเยอะแยะไปร้องเพลงที่ห้องสมุดอาทิตย์ละสองครั้ง ครั้งละครึ่งชั่วโมงอันนี้ฟรี พวกผู้ปกครองดูไม่ค่อยจะเป็นมิตรเท่าไรไม่มีใครเริ่มคุยกับหม่ามี๊ก่อนเลย เค้าอาจจะดูจากหน้าตาแล้วคงสื่อสารกะเค้าไม่รู้เริ่องก็ได้ ได้พาเคเดนไปว่ายน้ำเริ่มจะชินขึ้นมาบ้างแล้วอาทิตย์หน้ากะจะพาหนูไปเข้าคอร์สซะหน่อยอาทิตย์ละครั้ง ที่โปรดอีกที่ก็คือสนามเด็กเล่นชอบสไลด์มากเป็นพิเศษ ที่สำคัญที่สุดอยู่ใกล้ town center กับ tesco สะดวกหม่ามี๊เวลาไปซื้อของไม่ต้องรอให้แด๊ดดี๊ขับรถให้ ยิ่งยากๆ อยู่ไปซื้อของแต่ละทีก็เร่งยิกๆ เดินดูเองสบายใจกว่าพัฒนาการของเคเดนตอนนี้ฟันผุดขึ้นเต็มปากเป็นป๊อบคอร์นเลย ใช้มือสื่อสารได้เยอะมากเริ่มพูดตามได้บางคำ รู้เรื่องและเข้าใจเกือบทุกอย่างส่วนมากเป็นภาษาอังกฤษ หม่ามี๊รู้สึกติงต๊องยังไงไม่รู้เวลาพูดภาษาไทยกับเคเดนทีไรต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ทุกที ยังรู้ความแตกต่าง พ่อหนุ่มเริ่มมีโมโหเอาแต่ใจตัวเองท่าไม้ตายล้มลงอย่างตั้งใจบนเข่าสองข้างตามด้วยมือเท้าพื้นแล้วก้มหน้า หม่ามี๊โชคดีที่เคเดนเป็นเด็กทานง่ายไม่เลือกอาจจะยังไม่ถึงเวลาก็ได้ ตอนนี้มีอินเตอร์เน็ทแล้วหม่ามี๊คงจะหาอะไรให้เคเดนทำได้มากขึ้นไม่ต้องดูทีวีมากเหมือนเดิมปีใหม่ที่ผ่านมามีเรื่องระทึกขวัญเกิดขึ้น เคเดนเข้าโรงพยาบาลเป็นครั้งแรก ตอนนั้นไปเยี่ยมปู่กะย่าที่ไอร์แลนด์กัน วันนั้นเคเดนปกติทุกอย่างแต่พอตื่นจากนอนกลางวันตัวร้อนมากหม่ามี๊สังเกตได้ก่อนแต่ย่าบอกคงเพราะเพิ่งตื่นนอน พอสักพักเคเดนยังนอนซบไม่ยอมตื่นเหมือนทุกทีเกือบชั่วโมงได้จนแด๊ดดี๊ก็เริ่มบอกตัวเคเดนยังร้อนอยู่หม่ามี๊กลัวจะชักเอา เพราะเด็กไข้ขึ้นสูงเร็ว ย่าลองมาจับก็บอกร้อนหม่ามี๊ก็ลองดูตามตัวมีจุดแดงๆ ขึ้นเป็นหย่อมๆ เลยโทรหาหมอใกล้บ้าน หมอยังพูดแหย่ว่าเราวิตกกันเกิด แต่พอตรวจเสร็จก็บอกให้ไปเช็คที่โรงพยาบาลอีกทีหมอโทรจัดการให้แล้วบอกสงสัยอาจเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Miningitis) ตรวจดูจากผื่นถ้าลูบดูแล้วไม่จางจะเป็นอันตราย (หรือให้แน่ใจใช้แก้วน้ำกดถ้ามองเห็นผื่นให้หาหมอทันที) เท่านั้นแหละแด๊ดดี๊ร้องไห้ใหญ่หม่ามี๊ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจตอนแรกว่ามันแปลเป็นไทยว่าอะไรแต่เห็นอาการแด๊ดดี๊แล้วก็รู้ว่าต้องซีเรียส ไปถึงโรงพยาบาลอาเจียนหลายรอบ แล้วก็ยังซืมอยู่คอยแต่จะซบหลับตลอด หมอเจาะเลือดไปหลายหลอดเพราะต้องเช็คหลายอย่าง แล้วก็ต้องค้างคืนเพื่อรอผลต้องอยู่ส่วน isolation ด้วยเพราะเป็นโรคติดต่อ ผลออกมาปรากฎว่าเป็นไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal type B) ตระกูลเดียวกันกับ Miningitis แต่เป็นระยะเริ่มต้น คือแบคทีเรียในเลือด หมอบอกคิดว่าติดจากคนใกล้ชิดที่นอนบ้านเดียวกันเป็นพาหะ ปกติ 1 ใน 10 คนจะเป็นพาหะนำเชื้อโรคตัวนี้อยู่ในคอหรือจมูกตอนไอหรือจามก็ทำให้คนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันโดยเฉพาะเด็กติดได้ สาธารณะสุขมาหาวันรุ่งขึ้นแล้วก็แจกยา Antibiotic ให้ทุกคนในบ้านกินกัน ตอนแรกก่อนรู้ผลหมอแนะนำให้เจาะไขสันหลังดูว่าถ้าเป็น Miningitis เป็นตัวไหนจะได้ให้ยาถูก แต่ดูจากอาการเคเดนหลังจากให้ Antibiotic แล้วเคเดนฟื้นตัวเร็วมากไม่ทันข้ามคืนก็คึกได้ตามปกติ หมอเดินกลับมาบอกว่าคงไม่ต้องเจาะเพราะถ้าเป็นถึงขั้นนั้นคงทรุดลงไปแล้ว อยู่ isolation ได้สองคืนน่าสงสารมากเพราะห้องเล็กมากๆ เดินไม่ถึงห้าเก้า กว่าจะนอนแต่ละคืนก็ห้าทุ่ม พอย้ายออกมาอยู่ห้องรวมก็ยังนอนไม่ได้แด๊ดดี๊เลยคุยกับหมอขอมานอนบ้านแล้วตอนเช้ามาให้ยา หมอดูเหตุผลแล้วเข้าท่าเพราะให้อยู่โรงพยาบาลก็ไม่ได้พักผ่อน แล้วเกิดติดโรคอะไรมาอีกจะยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ให้ Antibiotic จนครบ 8 วันถึงได้กลับอังกฤษกัน โชคดีที่เราเป็นพวกตื่นตูมกันเพราะถ้าปล่อยไว้นานเชื้อจะเข้าไขสันหลังแล้วก็ขึ้นสมองได้ เชื่อความรู้สึกตัวเองดีที่สุดรูปเยอะเกินเอาเป็นสไลด์ซะส่วนใหญ่โน๊ะ
<< December >>
S
M
T
W
F
30
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
<< 2008>>
Name : Email : URL : Comment : กรอกตัวเลขก่อนส่ง